image

พลังแห่งการเดินทางในธรรมชาติ: สุขภาพจิตที่ดีเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ

พลังแห่งการเดินทางในธรรมชาติ: สุขภาพจิตที่ดีเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ บทนำ ในยุคที่ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยความเร่งรีบและการเชื่อมต่อทางดิจิทัล การเดินทางออกไปสัมผัสธรรมชาติอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการเติมพลังให้กับจิตใจและร่างกาย การวิจัยมากมายแสดงให้เห็นว่าการใช้เวลากลางแจ้งไม่ได้เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจพลังแห่งการเดินทางในธรรมชาติ และวิธีที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณได้ ธรรมชาติกับการลดความเครียด หนึ่งในประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการเดินทางในธรรมชาติคือความสามารถในการลดความเครียด เสียงใบไม้กระทบกันเบาๆ น้ำไหลรินในลำธาร หรือแม้แต่แสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งไม้ ล้วนช่วยให้จิตใจสงบลงได้ การศึกษาวิจัยหลายชิ้นพบว่าการอยู่ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล และเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย เทคนิคง่ายๆ สำหรับการรับพลังจากธรรมชาติ: เดินป่าเบาๆ: ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล แค่การเดินในสวนสาธารณะใกล้บ้านก็เพียงพอ ฝึกการสังเกต: ลองใช้เวลาสักครู่เพื่อสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว เช่น สีของดอกไม้ หรือรูปทรงของเมฆ วางอุปกรณ์ดิจิทัล์: พยายามลดการใช้งานสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขณะอยู่กลางแจ้ง การเดินทางกับสุขภาพจิตระยะยาว นอกจากจะช่วยลดความเครียดในระยะสั้นแล้ว การเดินทางอย่างสม่ำเสมอยังอาจส่งผลดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาว การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติช่วยเสริมสร้างสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เรามีมุมมองใหม่ๆ ต่อปัญหาและความท้าทายในชีวิต ประโยชน์ต่อสุขภาพจิต: เพิ่มความสุข: การสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และแสงธรรมชาติเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับความสุข พัฒนาการนอนหลับ: การออกกำลังกายกลางแจ้งและการได้รับแสงธรรมชาติช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย เสริมสร้างความมั่นใจ: การพิชิตเส้นทางเดินป่าหรือกิจกรรมกลางแจ้งสร้างความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นในตนเอง เริ่มต้นอย่างไรให้ปลอดภัยและเหมาะสม สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจการเดินทางธรรมชาติ การวางแผนเล็กน้อยสามารถทำให้ประสบการณ์ดีขึ้นอย่างมาก: คู่มือเริ่มต้น: เลือกระดับความยากให้เหมาะสม: หากคุณเป็นมือใหม่ ให้เริ่มจากเส้นทางง่ายๆ ก่อน เตรียมอุปกรณ์พื้นฐาน: น้ำดื่มที่เพียงพอ รองเท้าที่เหมาะสม และเสื้อผ้าสำหรับสภาพอากาศ เรียนรู้กฎพื้นฐาน: เช่น การเก็บขยะ การเคารพพืชและสัตว์ท้องถิ่น บทส่งท้าย ธรรมชาติเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่พร้อมจะมอบพลังและการเยียวยาให้กับผู้ที่พร้อมจะเปิดรับ ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินทางไกลไปยังป่าเขา หรือแค่ใช้เวลาช่วงสั้นๆ ในสวนหลังบ้าน การเริ่มต้นด้วยก้าวเล็กๆ ก็สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีในชีวิตได้ จงจำไว้ว่า ทุกก้าวที่เดินในธรรมชาติไม่เพียงพาคุณออกไปสู่โลกภายนอก แต่ยังนำทางสู่ความสงบภายในใจด้วย ...

มิถุนายน 9, 2025 · 1 นาที ·  Lovely Lovely Contributors, Admin
image

พลังแห่งการเดินในธรรมชาติ: เส้นทางสู่สุขภาพที่ดีและจิตใจที่สงบ

พลังแห่งการเดินในธรรมชาติ: เส้นทางสู่สุขภาพที่ดีและจิตใจที่สงบ ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบและการใช้ชีวิตในเมืองมักทำให้หลายคนรู้สึกเหนื่อยล้า การหันกลับมาสัมผัสธรรมชาติด้วยการเดินเล่นในสวนหรือป่าใกล้เมืองอาจเป็นทางออกง่ายๆ ที่ส่งผลดีเกินคาด ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเหตุผลว่าทำไมการเดินในธรรมชาติจึงเป็นกิจกรรมที่ควรค่าแก่การลอง รวมถึงวิธีเริ่มต้นที่ทุกคนทำได้ 1. ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย 1.1 เครื่องออกกำลังกายจากธรรมชาติ การเดินเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายขั้นพื้นฐานที่ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์พิเศษ การเดินบนเส้นทางธรรมชาติที่มีภูมิประเทศหลากหลาย เช่น พื้นดิน不平หรือทางลาดชันเล็กน้อย ช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้ทำงานอย่างสมดุล นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อและระบบไหลเวียนเลือด 1.2 สูดอากาศบริสุทธิ์ พื้นที่สีเขียวโดยเฉพาะป่าไม้เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนชั้นดี การหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอด ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ 1.3 รับวิตามินดีจากแสงอาทิตย์อ่อนๆ การเดินในช่วงเช้าหรือเย็นที่แสงแดดไม่จัดเกินไป เป็นโอกาสให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีตามธรรมชาติ ซึ่งสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพกระดูก 2. ประโยชน์ต่อสุขภาพจิต 2.1 ลดความเครียดด้วยสีเขียวบำบัด มีการศึกษาจำนวนหนึ่งชี้ว่าสีเขียวจากใบไม้และธรรมชาติช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) ในร่างกาย เสียงธรรมชาติอย่างนกร้องหรือใบไม้กระทบกันยังมีผลคล้ายกับการทำสมาธิเบื้องต้น 2.2 ฝึกสติโดยไม่รู้ตัว การเดินบนทางธรรมชาติที่ต้องคอยสังเกตเส้นทางรอบตัว ช่วยให้เราอยู่กับปัจจุบันมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ต่างจากการเดินบนลู่ผิวเรียบในฟิตเนสที่อาจทำให้ใจลอย 3. วิธีเริ่มต้นง่ายๆ 3.1 ไม่ต้องไปไกล เริ่มจากสวนสาธารณะใกล้บ้านหรือเส้นทางเดินป่าเชิงนิเวศที่ไม่ไกลจากชุมชน แม้แต่การเดินรอบหมู่บ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ก็ให้ผลดี 3.2 เตรียมตัวเหมาะสม รองเท้าสำหรับเดินที่พื้นรองรับดี กระบอกน้ำพกติดตัว หมวกกันแดดหากต้องเดินกลางแจ้ง 3.3 เริ่มทีละน้อย สำหรับผู้เริ่มต้น อาจเดินเพียง 15-20 นาทีก่อน แล้วค่อยเพิ่มเวลาเมื่อร่างกายปรับตัว 4. เคล็ดลับเพิ่มประสบการณ์ 4.1 ลองเดินคนเดียวบ้าง การเดินเพียงลำพังช่วยให้มีเวลาคิดทบทวนสิ่งต่างๆ ในชีวิต ในทางกลับกัน การเดินกับเพื่อนหรือครอบครัวก็เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี 4.2 สังเกตธรรมชาติรอบตัว ลองฝึกสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น รูปแบบของเปลือกไม้ เสียงสัตว์ต่างๆ หรือดอกไม้ตาม季節 นำสมุดบันทึกภาพเล็กๆ ติดตัวไปด้วยก็เป็นไอเดียที่ดี ...

มิถุนายน 9, 2025 · 1 นาที ·  Lovely Lovely Contributors, Admin
image

พลังแห่งการเรียนรู้จากธรรมชาติ: เส้นทางสู่การพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน

พลังแห่งการเรียนรู้จากธรรมชาติ: เส้นทางสู่การพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน ธรรมชาติรอบตัวเราเปี่ยมไปด้วยบทเรียนและแรงบันดาลใจที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวเพื่อความยืดหยุ่นเหมือนต้นไม้ที่โอนอ่อนตามลม หรือการเรียนรู้ความสมดุลจากระบบนิเวศ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจแนวคิดสำคัญและวิธีนำพลังแห่งธรรมชาติมาสู่การพัฒนาชีวิตอย่างเป็นขั้นตอน 1. ความยืดหยุ่นและการปรับตัว: เรียนรู้จากต้นไม้และสายน้ำ หนึ่งในหลักการพื้นฐานที่ธรรมชาติสอนเราคือ “ความยืดหยุ่น” ต้นไม้ใหญ่ในป่าต้องเผชิญกับพายุและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง แต่พวกมันสามารถยืนหยัดได้ด้วยการโน้มตัวตามลมและหยั่งรากลงลึก ในทำนองเดียวกัน เราสามารถฝึกฝนทักษะการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ต้นไม้สอนอะไรเรา? การยอมรับความเปลี่ยนแปลงแทนการต่อต้าน การเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยความอดทน การประยุกต์ใช้ในชีวิต: ฝึกคิดเชิงบวกเมื่อเผชิญปัญหาด้วยการมองว่าทุกเหตุการณ์คือบทเรียน ฝึกสมาธิหรือโยคะเพื่อเสริมสร้างความสงบภายใน 2. สมดุลชีวิตกับระบบนิเวศ ระบบนิเวศทำงานอย่างสมดุลเพราะทุกสิ่งเชื่อมโยงกันไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือสภาพแวดล้อม ในชีวิตคนเราก็ต้องการสมดุลระหว่างงาน พักผ่อน และกิจกรรมอื่นๆ เพื่อสุขภาวะที่ดี บทเรียนจากระบบนิเวศ: การพึ่งพาอาศัยกันของสิ่งมีชีวิตสอนให้เราเห็นคุณค่าของการให้และการสนับสนุนผู้อื่น วัฏจักรธรรมชาติ (กลางวัน-กลางคืน, ฤดูกาล) ช่วยเตือนให้รู้จักแบ่งเวลา วิธีการนำมาใช้: จัดตารางชีวิตให้มีเวลาทำงาน ออกกำลังกาย และพักผ่อนอย่างเหมาะสม ฝึกความมีน้ำใจและการทำงานเป็นทีม 3. การฟื้นตัวและเติบโตใหม่ หลังไฟป่า ต้นไม้บางชนิดสามารถแตกหน่อใหม่ได้เพราะเมล็ดพันธุ์ของพวกมันถูกออกแบบมาให้ทนทาน นี่คือบทเรียนเรื่อง “การรู้จักล้มแล้วลุก” ตัวอย่างจากธรรมชาติ: ปะการังฟื้นฟูตัวเองหลังจากได้รับความเสียหาย ดอกไม้ที่เบ่งบานอีกครั้งหลังฤดูหนาว เทคนิคการปรับใช้: มองความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเริ่มใหม่ ฝึกความขยันและไม่ย่อท้อ 4. ความเรียบง่ายและประสิทธิภาพ ธรรมชาติทำงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่สิ้นเปลืองพลังงาน เช่น นกบินในรูปแบบฝูงเพื่อลดแรงต้าน หรือพืชให้น้ำอย่างพอดีกับขนาดของมัน สิ่งที่มนุษย์เรียนรู้ได้: การใช้ชีวิตแบบพอประมาณและไม่ฟุ่มเฟือย การวางแผนอย่างชาญฉลาดเพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า 5. สรุป การเรียนรู้จากธรรมชาติไม่เพียงช่วยให้เราเข้าใจโลกมากขึ้นแต่ยังเป็นแนวทางในการพัฒนาตัวเองอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น ความยืดหยุ่น สมดุล การฟื้นตัว หรือความเรียบง่าย ล้วนเป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ในชีวิตประจำวัน เพียงแค่เปิดใจสังเกตและนำมาปรับใช้อย่างเหมาะสม ...

มิถุนายน 9, 2025 · 1 นาที ·  Lovely Lovely Contributors, Admin
image

พลังแห่งธรรมชาติ: การค้นหาความสงบภายในผ่านการเดินทางใกล้ชิดธรรมชาติ

พลังแห่งธรรมชาติ: การค้นหาความสงบภายในผ่านการเดินทางใกล้ชิดธรรมชาติ บทนำ ในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความวุ่นวาย การหาเวลาพักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองกลายเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในการบรรเทาความเครียดและเสริมสร้างสุขภาพจิต คือการออกไปใกล้ชิดกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า นั่งเคียงข้างลำธาร หรือแม้แต่การสังเกตดอกไม้ในสวนสาธารณะ ล้วนแต่มีพลังอันน่าอัศจรรย์ที่จะช่วยให้เรารู้สึกสงบและมีสติมากขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจประโยชน์ของการใช้เวลาในธรรมชาติ รวมถึงวิธีการง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน ทำไมธรรมชาติจึงสำคัญต่อสุขภาพจิต? 1. การลดความเครียด การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด การศึกษาหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าการเดินในพื้นที่สีเขียวเพียง 20-30 นาที สามารถช่วยให้ความรู้สึกกดดันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 2. การเพิ่มสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ ธรรมชาติมีส่วนช่วยฟื้นฟูความสามารถในการจดจ่อ สำหรับผู้ที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การพักสายตาด้วยการมองต้นไม้หรือทุ่งหญ้า อาจช่วยให้สมองผ่อนคลายและพร้อมสำหรับความคิดใหม่ๆ 3. ส่งเสริมความรู้สึกเชื่อมโยง การได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น นก แมลง หรือพืชพรรณ ช่วยให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลที่กว้างใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและเพิ่มความอิ่มเอมใจ วิธีง่ายๆ ในการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ แม้ในชีวิตที่ยุ่งยาก เราก็สามารถหาโอกาสใกล้ชิดธรรมชาติได้เสมอ ต่อไปนี้คือตัวอย่างวิธีการที่ทำได้ง่ายๆ: 1. การเดินเท้าเปล่าบนหญ้าหรือทราย การสัมผัสดินหรือหญ้าด้วยเท้าเปล่า (Grounding) เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกผ่อนคลาย การวิจัยบางส่วนชี้ว่าการเดินเท้าเปล่าอาจช่วยปรับสมดุลพลังงานในร่างกาย 2. การปลูกพืชขนาดเล็กในบ้าน แม้แต่พื้นที่เล็กๆ ในบ้านก็สามารถเป็นสวนส่วนตัวได้ การปลูกสมุนไพรหรือไม้ดอกเล็กๆ ช่วยให้เราได้ดูแลสิ่งมีชีวิตและสังเกตการเติบโต ซึ่งเป็นการฝึกสติอย่างดี 3. การสังเกตธรรมชาติรอบตัว ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อสัมผัสธรรมชาติ เสียงนกร้องนอกหน้าต่าง แสงแดดที่ส่องผ่านใบไม้ ล้วนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ใกล้ตัวที่หากเราใส่ใจ ก็จะช่วยให้จิตใจสงบขึ้นได้ บทสรุป ธรรมชาติไม่เพียงแต่เป็นแหล่งของความสวยงาม แต่ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อสุขภาพจิตของเรา การหาเวลาแม้เพียงช่วงสั้นๆ ในแต่ละวันเพื่อเชื่อมต่อกับธรรมชาติรอบตัว อาจเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่สมดุลและมีความสุขมากขึ้น ...

มิถุนายน 9, 2025 · 1 นาที ·  Lovely Lovely Contributors, Admin
image

พลังแห่งธรรมชาติ: การเชื่อมต่อกับธรรมชาติเพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้น

พลังแห่งธรรมชาติ: การเชื่อมต่อกับธรรมชาติเพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ เทคโนโลยี และความวุ่นวายในแต่ละวัน หลายคนอาจลืมไปว่าธรรมชาติรอบตัวเราสามารถเป็นแหล่งบำบัดใจที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่ง การใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวิธีการง่าย ๆ ที่ใครก็สามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน ทำไมธรรมชาติจึงสำคัญต่อสุขภาพจิต? มนุษย์เรามีความเชื่อมโยกับธรรมชาติมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่เราหายใจเข้าไป แสงแดดที่ให้ความอบอุ่น หรือแม้แต่เสียงน้ำไหลที่ช่วยให้รู้สึกสงบ การวิจัยหลายชิ้นพบว่าการได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติสามารถช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และอาการเศร้าลงได้ นอกจากนี้ ธรรมชาติยังช่วยเพิ่มสมาธิ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้น วิธีง่าย ๆ เพื่อเชื่อมต่อกับธรรมชาติ 1. เดินเล่นในสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียว การเดินเล่นในที่ที่มีต้นไม้และพืชพันธุ์ธรรมชาติเพียง 20-30 นาทีต่อวันสามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากต่ออารมณ์ของคุณ เลือกเวลาที่เหมาะสม เช่น ตอนเช้าหรือเย็น เพื่อสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และแสงแดดอ่อน ๆ 2. ปลูกพืชหรือจัดสวนเล็ก ๆ ในบ้าน แม้แต่การปลูกต้นไม้ในกระถางเล็ก ๆ บนระเบียงหรือข้างหน้าต่างก็สามารถเพิ่มความรู้สึกเชื่อมโยกับธรรมชาติได้ การดูแลพืชช่วยให้รู้สึกถึงความมีชีวิตและพัฒนาความอดทน 3. ฝึกฝนการสังเกตธรรมชาติรอบตัว ลองหยุดพักจากหน้าจอแล้วเพ่งความสนใจไปที่รายละเอียดเล็ก ๆ ของธรรมชาติรอบตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของใบไม้ สีของดอกไม้ หรือแม้แต่การเคลื่อนไหวของเมฆ ความตระหนักรู้เช่นนี้ช่วยให้จิตใจจดจ่อกับปัจจุบันมากขึ้น 4. ออกไปสัมผัสธรรมชาติในช่วงวันหยุด หากมีโอกาส ลองวางแผนเดินทางไปยังสถานที่ที่มีธรรมชาติสวยงาม เช่น ป่าเขา ทะเล หรือน้ำตก การได้อยู่ห่างจากเมืองและเทคโนโลยีชั่วคราวช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ 5. เปิดหน้าต่างรับแสงธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ ในวันที่ต้องทำงานหรืออยู่บ้านเป็นเวลานาน การเปิดหน้าต่างให้แสงธรรมชาติเข้ามาและการปรับเปลี่ยนอากาศในห้องช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้ ข้อแนะนำเพิ่มเติม อย่าลืมว่าคุณไม่จำเป็นต้องไปสถานที่ไกล ๆ หรือใช้เวลานานเพื่อสัมผัสประโยชน์จากธรรมชาติ แม้แต่การนั่งเงียบ ๆ ใต้ต้นไม้ในสวนใกล้บ้าน การฟังเสียงนกร้องตอนเช้า หรือการดื่มชาร้อนในสวนหลังบ้านก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยให้จิตใจสงบลง. ...

มิถุนายน 9, 2025 · 1 นาที ·  Lovely Lovely Contributors, Admin